พระสุนทรธรรมากร ( หลวงปู่คำพันธุ์ โฆสปัญโญ)
อายุ 84 พรรษา 59 (พ.ศ. 2546 ) เจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย บ้านมหาชัย ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม
สถานะเดิม ชื่อ คำพันธ์ ศรีสุวงค์ เกิดเมื่อ วันจันทร์ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 2 ) ปีเถาะ วันที่ 10 มกราคม พุทธศักราช 2458 ณ บ้านหนองหอยใหญ่ ตำบลนาแก (ปัจจุบันเป็นตำบลพุ่มแก) อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม โยมบิดา ชื่อ นายเคน ศรีสุวงศ์ โยมมารดา ชื่อ นางล้อม ศรีสุวงศ์ เป็นบุตรคนโต มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดาเดียวกัน 2 คนคือ
1. พระสุนทรธรรมากร ( คำพันธ์ ศรีสุวงค์ )
2. นายพวง ศรีสุวงค์ ( ถึงแก่กรรม )
และมีพี่น้องร่วมมารดา แต่ต่างบิดากันอีก 4 คนคือ
1. นางสด วงษ์ผาบุตร ( ถึงแก่กรรม )
2. ด.ช. บด แสนสุภา ( ถึงแก่กรรม )
3. ด.ญ. สวย แสนสุภา ( ถึงแก่กรรม )
4. นางกดชา เสนาช่วย ( ถึงแก่กรรม )
การบรรพชา-อุปสมบท
วันที่ 7 กันยายน 2475 ( อายุ 17 ปี ) ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองหอย ต.นาแก อ.นาแก จ. นครพนม โดยมีพระอาจารย์เชื่อม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากได้บรรพชาแล้วก็ได้ศึกษาอักษรธรรมและหนังสือสูตรตามแบบโบราณ ในขณะเดียวกันก็ได้ฝึกปฏิบัติกัมมัฎฐานควบคู่ไปด้วย หลังจากบรรพชาได้ 3 พรรษา ได้ออกเดินธุดงค์ทรงกลดไปที่จังหวัดเลย พร้อมกับพระภิกษุ 2 รูป คือ พระภิกษุบุญ และพระภิกษุวัน ก่อนหน้าที่จะได้ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐานนั้น เคยได้รับความรู้เรื่องกัมมัฏฐานมาจาก พระอาจารย์เสาร์ ซึ่งท่านไปอบรมประชาชนที่วัดโพนเมือง ท่านอาจารย์เสาร์ได้ให้แนวทางในการปฏิบัติกรรมฐานไว้ว่าให้กำหนดลมหายใจเข้า-ออก ท่านอาจารย์เสาร์ได้ให้ข้อคิดต่อไปอีกว่า " ร่างกายของคนเรานั้นเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง มันทำงานอยู่ตลอดเวลา ลมหายใจเข้า-ออกนั้น มีความสำคัญมาก ถ้าลมไม่ทำงานคนเราจะตายทันที ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดลมหายใจ "
นอกจากนั้นท่านอาจารย์เสาร์ยังได้ย้ำอีกว่า " ให้คยเราตีกลองคือ ขันธ์ 5 ให้แตก" ซึ่งก็หมายความว่าให้ทำความเข้าใจขันธ์ 5 ให้จงดีให้เข้าใจตามสภาพที่เป็นจริง...
หลวงปู่ได้ยึดแนวทางในการปฏิบัติขิงท่านอาจารย์เสาร์เป็นแนวทางในการปฏิบัติเรื่อยมานับแต่นั้น ต่อมาก็ได้ไปศึกษาและปฏิบัติธรรมร่วมกับอาจารย์ครุฑ ซึ่งเป็นพระขาว ( ปะขาว ) และได้รับความรู้เรื่องการปฏิบัติธรรม จากท่านอาจารย์นี้เพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก ที่จังหวัดเลยนี้ ได้จำพรรษาเป็นเวลา 1 พรรษาต่อมาได้รับข่าวโยมพ่อถึงแก่กรรม จึงเดินทางกลับบ้าน มาอยู่จำพรรษาที่บ้านเดิม คืออำเภอนาแก
พ.ศ. 2478 อายุ 20 ปี ได้อุปสมบทเป็นภิกษุและเริ่มศึกษาพระปริยัติธรรม
พ.ศ. 2482 อายุ 24 ปี มารดาก็ถึงแก่กรรมเวลานั้นเหลือน้องผู้หญิง 2 คน ซึ่งยังเล็กมาก จึงได้ลาสิกขาบทออกไปเลี้ยงดูน้อง
พ.ศ. 2488 อายุ 30 ปี ได้กลับเข้าอุปสมบทอีกครั้งและได้ออกไปจำพรรษาที่วัดป่า เป็นเวลา 3 พรรษา ต่อมาก็ได้ปฏิบัติกัมมัฏฐาน พร้อมเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมด้วยที่วัดพระพุทธบาทจอมทอง บ้านหนองหอยใหญ่ ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม
พ.ศ. 2495 ได้นำญาติโยมประมาณ 5 ครอบครัวจากบ้านหนองหอยใหญ่ อ.นาแก มาสร้างบ้าน และวัดใหม่ ที่โนนมหาชัย และให้ชื่อบ้านว่า "บ้านมหาชัย" ในปัจจุบันนี้ ได้สร้างวัดธาตุมหาชัย ( เดิมชื่อวัดโฆษการาม ) จนเจริญรุ่งเรืองตราบถึงปัจจุบัน
ตำปหน่งงานปกครอง
พ.ศ. 2509 เป็นเจ้าอาวาสวัดโฆษการาม ( วัดธาตุมหาชัยในปัจจุบัน )
พ.ศ. 2509 เป็นเจ้าคณะตำบลมหาชัย
พ.ศ. 2518 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอปลาปาก
พ.ศ. 2519 เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. 2519 เป็นเจ้าสำนักศาสนศึกษา ธรรม-บาลี
พ.ศ. 2531 เป็นเจ้าคณะอำเภอปลาปาก
พ.ศ. 2543 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอปลาปาก
สมณศักดิ์
พ.ศ. 2518 พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่ "พระครูสุนทรธรรมโฆษิต"
พ.ศ. 2520 พระครูสัญญาบัตรชั้นโท ที่ "พระครูสุนทรธรรมโฆษิต"
พ.ศ. 2528 พระครูสัญญาบัตรชั้นเอกที่ "พระครูสุนทรธรรมโฆษิต"
พ.ศ. 2535 พระราชาคณะชั้นสามัญ ราชทินนาม "พระสุนทรธรรมากร"
หลวงปู่ละสังขาร
5 กันยายน 2546 หลวงปู่เข้ารักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลนครพนม ต่อมาอาการอาพาธไม่ดีขึ้น จึงเข้ารักษาอาการอาพาธที่กรุงเทพ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2546 หลวงปู่พักรักษาอาการอาพาธที่กรุงเทพ เป็นเวลาเดือนเศษๆอาการของท่านก็ยังทรงกับทรุด คณะศิษย์จึงได้นิมนต์ท่านมารักษาอาการอาพาธที่วัดธาตุมหาชัย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2546 หลวงปู่มาพักรักษาอาการอาพาธที่วัดได้เดือนเศษๆ ท่านก็มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2546 เวลา 01.59 น. สิริอายุได้ 89 ปี
ปกิณกะธรรมหลวงปู่
" ความทุกข์นั้น มันมีมาตั้งแต่เกิด และมีอยู่ตลอดเวลา แต่เราไม่รู้ เพราะขาดสติปัญญา เข้าไปกำหนดรู้ทุกข์นั้น"
" ธรรมชาติของจิต มันมีหน้าที่คิด ดีก็คิด ชั่วก็คิด ต้องอาศัยตัวสติเป็นตัวกำหนดรู้ว่า จิตมันคิดดีคิดชั่ว"
"ในการบวชพระนั้น กรรมฐานเบื้องต้น คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง นั้น ทุกคนเข้าใจว่า อุปัชฌาย์เป็นผู้ให้ แต่ความจริงแล้วกรรมฐานเบื้องต้นนั้น มันมีมาแต่เดิมแล้ว ถึงไม่มาบวชก็มีอยู่แล้ว อุปัชฌาย์เป็นเพียงผู้ชี้แนะให้รู้เท่านั้น
ที่มาเอกสารแจกฟรี ประวัติ เจ้าคุณพระสุนทรธรรมากร
No comments:
Post a Comment